สิทธิพิเศษบางประการ

ทำไมต้องให้สิทธิพิเศษกับประเทศกำลังพัฒนา ? อย่างที่เข้าใจโดยพื้นฐานว่าประเทศกำลังพัฒนานั้น เราหมายถึงประเทศที่อยู่ระหว่างการพัฒนาด้านต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าระดับการพัฒนาเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วย่อมอยู่ในระดับต่ำกว่าในหลายด้าน อาธิ ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม การแปรรูปผลผลิต การผลิตที่ส่งผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติ การควบคุมการผลิตไม่ให้กระทบต่อสุขอนามัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในการผลิต การแก้ปัญหา ระดับองค์ความรู้วิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี และระดับการพัฒนาที่ต่ำกว่านี้เองย่อมแสดงนัยของประสิทธิภาพทางการแข่งขันในตลาดโลกที่ต่ำกว่า หรืออาจจะไม่เท่าทัน หรือเรียกว่าไม่สามารถอ่านเกมส์ของผู้อื่นได้ จึงอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ที่เก่งกว่า

ดังนั้นการให้สิทธิพิเศษบางประการกับประเทศกำลังพัฒนาจึงเสมือนกับเป็นการให้แต้มต่อเพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนามีความสามารถจะที่พัฒนาให้สูงขึ้น ซึ่งความสามารถในการแข่งขัน แต้มต่อนั้นจึงไม่ใช่ลักษณะของการให้เงินแล้วก็จบ แต่เป็นการให้ในระยะยาวคือให้ เพื่อผู้รับจักได้โอกาสไปใช้สำหรับพัฒนาต่อไป เปรียบเทียบให้เห็นภาพเสมือนกับการให้การศึกษาวิชาความรู้เสียมากกว่า

สิทธิพิเศษภายใต้หลัก Special and Differential Treatment : S&D สอดคล้องกับการแข่งขันที่เป็นธรรม ในเวทีของ WTO จริงหรือไม่ ?

“การแข่งขันที่เป็นธรรม”( Fair  Competition)  เป็นวัตถุประสงค์ประการหนึ่งของ WTO ภายใต้ระบบการค้าเสรี ซึ่งมิได้หมายความว่าทุกประเทศสมาชิกของ WTO จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการค้าเสรี แต่ WTO จะเข้ามาพยายามสร้างตลาดการแข่งขันที่เป็นธรรม เท่าเทียมกัน การจะได้รับประโยชน์จากการลงแข่งนี้จึงจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิก และที่อย่างที่เข้าใจว่าทุกประเทศสมาชิกมิได้มีความสามารถในการแข่งขันที่เท่ากันเสมอไป  ประเทศผู้น้อย ซึ่งส่วนใหญ่หมายถึงประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุดจึงมักเสี่ยงต่อการเอารัดเอาเปรียบหรือต้องจำยอมต่อประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

เพราะฉะนั้นคำว่า “การแข่งขันที่เป็นธรรม” จึงนำไปสู่ข้อความคิดว่า ต้องอยู่ในกรอบของพื้นฐานที่เท่าเทียม ใกล้เคียงกัน จึงทำให้เกิดแนวคิดการให้สิทธิพิเศษบางประการกับประเทศ หรือผู้ร่วมแข่งขันที่ความสามารถในการแข่งขันด้อยกว่าผู้แข่งขันรายอื่นๆ แนวคิดและหลักการดังกล่าว ผู้เขียนเห็นว่ามีความสอดคล้องกับ ความตกลงจัดตั้ง WTO (Agreement Establishing the World Trade Organization ) มาตรา 3.1 ซึ่งวางเป็นหลักการพื้นฐานว่า WTO จะอำนวยความสะดวกในการบังคับใช้ บริหาร หรือการปฏิบัติอื่นๆ ใด เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้ในความตกลงต่างๆ ภายใต้ WTO” ทั้งนี้เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้ามามีบทบาทส่วนร่วมในการเจรจา ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถใช้สิทธิและหน้าที่ตามที่ตนมีอยู่ภายใต้ความตกลงของ WTO เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ที่ควรจะได้รับในฐานะประเทศสมาชิก

สิทธิพิเศษ (Special Rights) ของประเทศกำลังพัฒนา

ภายใต้ความตกลงของ WTO ได้กำหนดบทบัญญัติที่แสดงถึงสิทธิพิเศษของประเทศกำลังพัฒนา ภายใต้หลักการที่เรียกว่า Special and Differential Treatment และการประชุมที่ประชุมระดับรัฐมนตรีรอบโดฮา เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2001 ก็ได้ยืนยันถึงแนวคิดหลักการดังกล่าว และความพยายามที่จะดำเนินการให้บรรลุผลสำเร็จ

ทั้งนี้ข้อบทภายใต้หลักการ Special and Differential Treatment สามารถจำแนกสิทธิพิเศษออกได้เป็น 5 ลักษณะ คือ 1. การให้ช่วงระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นสำหรับการทำให้บรรลุข้อตกลง พันธกรณีต่างๆ ของ WTO

2. มาตรการสำหรับการเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางการค้าสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

3. บทบัญญัติที่เรียกร้องให้ทุกประเทศสมาชิก WTO ที่จะคุ้มครองผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศกำลังพัฒนา

4. การสนับสนุน เพื่อที่จะช่วยเหลือให้ประเทศกำลังพัฒนาสร้างโครงสร้างพื้นฐานอันจำเป็นสำหรับการแข่งขันใน WTO และการบรรลุถึงมาตรฐานทางเทคนิค

5. บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประเทศพัฒนาน้อยที่สุด

ที่มาจาก http://www.learners.in.th/blogs/posts/487869

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s