ทรัพยากร

ทรัพยากรธรรมชาติ

ป่าไม้
จังหวัดปัตตานี มีเนื้อที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ ทั้งสิ้น ๙๙,๖๔๘ ไร่ ป่าไม้
ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ๒๕,๘๙๕.๓๗๕ ไร่ กรมป่าไม้ได้ส่งมอบพื้นที่ให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. ให้แก่เกษตรกร ทั้งสิ้น ๙,๒๙๒-๓-๖๘ ไร่ มีอุทยานแห่งชาติ ๒ แห่ง คืออุทยาน
แห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี มีเนื้อที่ประมาณ ๒๑๓,๑๒๕ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๓ จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี (อำเภอ
กะพ้อ เนื้อที่ ๘,๖๐๗ ไร่) จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาส และอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว มีเนื้อที่ประมาณ
๔๓,๔๘๒ ไร่ ครอบคลุม ๓ จังหวัด คือจังหวัดปัตตานี (อำเภอโคกโพธิ์ เนื้อที่ ๑๖,๓๑๒.๕๐ ไร่) จังหวัดยะลา และ
จังหวัดสงขลา และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ๑ แห่ง คือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่ารังไก่ สภาพป่าส่วนใหญ่ของจังหวัดปัตตานี
เป็นป่าดิบชื้น ป่าชายเลน และป่าพรุ
จากข้อมูลเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ จากการแปลภาพถ่ายดาวเทียม Land sat – ๕ ปี พ.ศ.๒๕๔๖ – ๒๕๔๗
จังหวัดปัตตานี มีเนื้อที่ป่าไม้รวม ๕๐,๑๒๕ ไร่ ป่าบก ๒๖,๙๓๗ ไร่ ป่าชายเลน ๒๓,๑๘๘ ไร่ (เนื้อที่ป่าไม้ หมายถึง
เนื้อที่ป่าทุกชนิดไม่ว่าจะอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือเนื้อที่ป่าอื่น ๆ)

แร่ธาตุ
จังหวัดปัตตานีมีรายได้จากค่าภาคหลวงแร่และค่าธรรมเนียมแร่ไม่มากนัก เนื่องจากได้รับสิทธิการทำ
เหมืองมีประทานบัตรเพียงจำนวน ๑ แปลงที่บ้านเตราะปลิง ตำบลทุ่งคล้า อำเภอสายบุรี ชนิดแร่หินแกรนิต (เพื่อ
อุตสาหกรรมการก่อสร้าง) ปัจจุบันไม่ได้เปิดการทำเหมืองผลิตแร่แต่อย่างใด เนื่องจาก อยู่ระหว่างการขอ
ใบอนุญาต ซื้อ มี ใช้ ซึ่งวัตถุระเบิด (แบบ ป.๕) รายได้ที่จัดเก็บได้จึงมีเฉพาะค่าธรรมเนียมแร่ เท่านั้น

แหล่งน้ำ
จังหวัดปัตตานีมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีพของประชากร
แหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่
๑. แม่น้ำปัตตานี มีต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรีบริเวณรอยต่อเขตแดนประเทศไทย – มาเลเซีย ใน
เขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไหลจากทางทิศใต้ไปทางทิศเหนือ ผ่านอำเภอเบตง อำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา
อำเภอกรงปินัง อำเภอเมืองยะลา ผ่านอำเภอยะรัง อำเภอหนองจิกและอำเภอเมืองปัตตานี มีความยาวประมาณ
๒๑๐ กิโลเมตร พื้นที่ลุ่มน้ำ ๔,๙๗๙ ตารางกิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี เป็นแม่น้ำสายสำคัญใช้ประโยชน์ในการ
อุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ผลิตกระแสไฟฟ้า และใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ตอนบนของแม่น้ำได้มี
การสร้างเขื่อนบางลางที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ความจุน้ำ ๑,๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ผลิตกระแสไฟฟ้าได้
๒๐๐ ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
๒. แม่น้ำสายุบรี ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส มีความยาว
ประมาณ ๑๘๖ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอจะแนะ ศรีสาคร รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และอำเภอรามัน จังหวัด
ยะลา ไหลลงสู่ทะเลที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีพื้นที่ลุ่มน้ำ ๔,๖๐๐ ตารางกิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี ใช้
ประโยชน์ในการอุปโภค บริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม
๓. คลองท่าเรือ เดิมมีต้นน้ำอยู่ที่บ้านห้วยน้ำเย็น บริเวณเขาลาแม่ในตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก
ต่อมากรมชลประทานได้พัฒนาขุดลอกเป็นคลองระบายน้ำสายใหญ่ ชื่อคลองดีหนึ่ง (D๑) และได้เพิ่มความยาวของ
คลองไปยังต้นน้ำ จนถึงบ้านควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ เพื่อให้รับน้ำจากบริเวณต้นน้ำได้มากขึ้น ปัจจุบันคลองท่าเรือ
มีความยาว ๔๒ กิโลเมตร ไหลจากทิศใต้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่าน อำเภอโคกโพธิ์ ลงสู่ทะเลที่บ้านท่ายามู
อำเภอหนองจิก สภาพลำน้ำมีคลองสาขาย่อยหลายสาขาทำให้มีน้ำตลอดปี
๔. คลองสุไหงบารู (คลองใหม่) อยู่ในเขตอำเภอยะรัง เป็นการขุดเชื่อมแม่น้ำปัตตานี ในสมัยการปกครอง
๗ หัวเมือง เนื่องจากลำน้ำปัตตานีเดิมเมื่อไหลผ่านถึงบ้านปรีกี ก็จะไหลวกไปตำบลคอลอตันหยง ตำบลยาบี ซึ่งอยู่
ในเขตอำเภอหนองจิก แล้วจึงแยกมาออกที่บ้านอาเนาะบุโละ ตำบลยะรัง สู่ปากน้ำเมืองปัตตานีที่ตำบลสะบารัง
ดังนั้น เรือแพที่มาค้าขายกับเมืองยะลาต้องผ่านด่านภาษีของหนองจิก เรือแพเหล่านี้จำเป็นต้องเสียภาษีให้แก่เมือง
หนองจิกก่อนที่จะถึงด่านภาษีของเมืองปัตตานี ทำให้เมืองปัตตานีขาดผลประโยชน์ในการเก็บภาษี เจ้าเมือง
ปัตตานีสมัยนั้น คือ สุลต่านสุไลมาน ชารีฟุดิน ชาห์ จึงสั่งให้ขุดคลองลัดขึ้นตรงบ้านคลองใหม่สู่ตำบลยะรัง
เขตพื้นที่ของเมืองปัตตานี ความยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s